
⚡ คำตอบสั้น ๆ
Shopee เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ขาย B2C — มีฐานลูกค้าใหญ่ที่สุดในไทย เข้าถึงง่ายกว่า และมีทราฟฟิกบนมือถือสูงมาก Lazada เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีสต็อกสินค้าหลากหลาย — ระบบโลจิสติกส์แข็งแกร่ง (รองรับโดย Alibaba) เครื่องมือสำหรับแบรนด์ดีกว่า และกลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อสูงกว่า ธุรกิจ e-commerce ไทยที่จริงจังส่วนใหญ่ขายทั้งสองแพลตฟอร์ม ถ้าต้องเลือกแค่แพลตฟอร์มเดียว เริ่มที่ Shopee ก่อน
ตลาด e-commerce ไทยมีมูลค่า GMV กว่า 900,000 ล้านบาทในปี 2567 และยังคงเติบโต 15–20% ต่อปี สองแพลตฟอร์มหลักที่ครองตลาดคือ Shopee และ Lazada ทั้งคู่ใหญ่มาก ทั้งคู่กำลังเติบโต แต่มีความแตกต่างพื้นฐานในแง่ของผู้ขาย ผู้ซื้อ และกลยุทธ์การขายที่ได้ผล
คู่มือนี้จะเปรียบเทียบความแตกต่างที่แท้จริง — ทราฟฟิก ค่าธรรมเนียม เครื่องมือ โลจิสติกส์ และแพลตฟอร์มไหนที่สร้างยอดขายให้ผู้ขายไทยได้ดีกว่าในปี 2568–2569
ภาพรวมแพลตฟอร์ม: ใครครองตลาดอะไร
Shopee Thailand
Shopee เป็นของ Sea Limited (สิงคโปร์) และเป็นผู้นำตลาดในไทยตั้งแต่ราวปี 2563 Shopee ครองพฤติกรรมการช้อปบนมือถือ — แอป Shopee ติด Top 5 แอปที่ดาวน์โหลดมากที่สุดในไทยอย่างต่อเนื่อง Shopee ไทยจัดแคมเปญใหญ่อย่างสม่ำเสมอ (9.9, 10.10, 11.11, 12.12) ซึ่งดัน GMV ให้พุ่งสูงในช่วงดังกล่าว
ผู้ใช้งานรายเดือน (ไทย): ~20–25 ล้านคน
มูลค่าออเดอร์เฉลี่ย: ฿350–฿550
หมวดหมู่ที่แข็งแกร่ง: แฟชั่น ความงาม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ของใช้ในบ้าน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ฐานผู้ขาย: ส่วนใหญ่เป็น SME ไทยและผู้ขายรายย่อย
Lazada Thailand
Lazada เป็นของ Alibaba Group — ซึ่งหมายถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีโลจิสติกส์ของ Alibaba (Cainiao) โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน (Alipay) และเครื่องมือโฆษณา AI Lazada อยู่ในไทยนานกว่า Shopee (ก่อตั้งปี 2555 vs Shopee เข้าไทยปี 2558) แต่สูญเสียส่วนแบ่งตลาดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Lazada ลงทุนอย่างหนักในโปรแกรมพาร์ทเนอร์แบรนด์และการสนับสนุนผู้ขายระดับพรีเมียม
ผู้ใช้งานรายเดือน (ไทย): ~10–14 ล้านคน
มูลค่าออเดอร์เฉลี่ย: ฿600–฿900
หมวดหมู่ที่แข็งแกร่ง: อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สุขภาพ แฟชั่นระดับพรีเมียม อุปกรณ์ยานยนต์
ฐานผู้ขาย: ผสมระหว่างแบรนด์ร้านค้าอย่างเป็นทางการและ SME ที่ก่อตั้งแล้ว
ทราฟฟิกและกลุ่มลูกค้า
ขายทั้งสองแพลตฟอร์ม: กลยุทธ์ Multi-Channel
ธุรกิจ e-commerce ไทยส่วนใหญ่ที่มีรายได้เกิน 1 ล้านบาทต่อเดือนขายทั้งสองแพลตฟอร์มพร้อมกัน นี่คือวิธีเข้าถึงกลยุทธ์ dual-channel:
การจัดสรรสต็อก
อย่าแบ่ง SKU ขายดีเท่าๆ กัน — เน้น Shopee สำหรับปริมาณ Lazada สำหรับ positioning พรีเมียม

รักษาราคาสูงกว่าบน Lazada (กลุ่มลูกค้ารองรับได้)
ใช้ Shopee สำหรับสินค้าขายเร็ว ซื้อบ่อย
กลยุทธ์ราคา
ลูกค้า Shopee ใส่ใจราคามากกว่า — เน้น bundles และ vouchers
ลูกค้า Lazada เปรียบเทียบ features มากกว่าราคา — ลงทุนกับคุณภาพ content และ brand store
อัลกอริทึมแพลตฟอร์มตรวจจับความผิดปกติของราคา cross-platform รักษาราคาให้ใกล้เคียงกัน
กลยุทธ์โฆษณา
Shopee Ads: เริ่มด้วย keyword ads สำหรับ 5 SKU top ของคุณ optimize CTR รายสัปดาห์
Lazada Sponsored Solutions: ซับซ้อนกว่า — เริ่มด้วย automated campaigns จากนั้นเปลี่ยนเป็น manual สำหรับ keyword ที่ convert ดีที่สุด
คำแนะนำการแบ่งงบประมาณ: 60% Shopee, 40% Lazada สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่
เริ่มต้น: ขั้นตอนสำหรับผู้ขายใหม่
เปิดร้าน Shopee (ไทย)
ดาวน์โหลดแอป Shopee Seller หรือไปที่ seller.shopee.co.th
ลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรไทย + บัตรประชาชนหรือเอกสารบริษัท
ตั้งค่าบัญชีธนาคารสำหรับรับเงิน (PromptPay หรือโอนธนาคารตรง)
อัปโหลดสินค้าชุดแรก 5 รายการ พร้อม title คำอธิบาย และรูปอย่างน้อย 3 รูปต่อรายการ
เปิดใช้ Shopee Xpress เป็นพาร์ทเนอร์จัดส่งหลัก
เปิด Shop Voucher (ส่วนลดขั้นต่ำ ฿30 เพื่อเริ่มปรากฏในฟีด voucher)

เปิดร้าน Lazada (ไทย)
ไปที่ sellercenter.lazada.co.th
ลงทะเบียนด้วยอีเมล บัตรประชาชน/พาสปอร์ต และเอกสารธุรกิจถ้ามี
ผ่านการยืนยันตัวตน onboarding ของผู้ขาย (ใช้เวลา 1–3 วันทำการ)
อัปโหลดสินค้าผ่านระบบ template ของ Lazada (มี CSV upload สำหรับสินค้า 10+ รายการ)
ตั้งค่า LEX (Lazada logistics) สำหรับการจัดส่งชุดแรก
ทำ course สำหรับผู้ขายใหม่ของ Lazada University — จะ unlock เครื่องมือโปรโมชั่น
ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยง
รูปสินค้าคุณภาพต่ำ: ทั้งสองแพลตฟอร์มซ่อน listing ที่มีรูปไม่ดี ขนาดขั้นต่ำ 800×800px พื้นหลังขาวสำหรับรูปหลัก
ไม่สนใจรีวิว: อัตราการตอบกลับและจำนวนรีวิวเป็นสัญญาณของอัลกอริทึม ตอบทุกรีวิวโดยเฉพาะเชิงลบภายใน 24 ชั่วโมง
ไม่ใช้ shop vouchers: Listing ที่มี voucher active จะปรากฏในส่วน voucher browse โดยเฉพาะ — ทราฟฟิกฟรีเพิ่มเติม
ข้ามแคมเปญ: การไม่เข้าร่วมแคมเปญใหญ่หมายถึงการสูญเสีย placement ในช่วงที่ทราฟฟิกสูงที่สุดของปี
พึ่งพาแพลตฟอร์มเดียว: การเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึม การขึ้นค่าธรรมเนียม หรือการเปลี่ยนนโยบายสามารถทำลายรายได้ได้ทันที กระจายความเสี่ยงเสมอ
บทสรุป: Shopee vs Lazada Thailand 2569
ไม่มีคำตอบที่เหมาะกับทุกคน แต่นี่คือกรณีที่ชัดเจน:
เลือก Shopee ก่อนถ้าคุณ:
เป็นผู้ขายใหม่ที่มีงบประมาณและสต็อกจำกัด

ขายแฟชั่น ความงาม อาหาร หรือสินค้าสุขภาพ
กำหนดเป้าหมายผู้ซื้อชาวไทยที่ใช้มือถือ ใส่ใจราคา อายุน้อย
วางแผนใช้ live streaming เป็นช่องทางเติบโต
เลือก Lazada ก่อนถ้าคุณ:
เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งแล้วพร้อมการรับรองแบรนด์อย่างเป็นทางการ
ขายอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสินค้าพรีเมียม
กำหนดเป้าหมายผู้ซื้อชาวไทยในเมือง รายได้สูงกว่า
มาจาก cross-border (โดยเฉพาะจากจีนผ่าน Alibaba ecosystem)
เลือกทั้งสองถ้าคุณ:
สร้างรายได้ 500,000 บาท+/เดือนบนแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งแล้ว
มี operations รองรับ fulfillment สองแพลตฟอร์มได้
ต้องการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียว
ตลาด e-commerce ไทยเติบโตเร็วพอที่ทั้งสองแพลตฟอร์มจะยังคงสำคัญอีกหลายปี ธุรกิจ e-commerce ไทยที่ดีที่สุดไม่ได้เลือกข้าง — พวกเขาเข้าใจอัลกอริทึม จิตวิทยาผู้ซื้อ และเครื่องมือของแต่ละแพลตฟอร์มดีพอที่จะชนะบนทั้งสองแพลตฟอร์ม
หากต้องการความช่วยเหลือในการสร้างกลยุทธ์ e-commerce สำหรับไทยที่ครอบคลุมทั้งสองแพลตฟอร์มพร้อมกับช่องทางดิจิทัลอื่นๆ ติดต่อทีม Sphere Agency เรารันแคมเปญ performance ทั้งบน Shopee Lazada TikTok Shop และ Meta สำหรับแบรนด์ที่กำลังขยายตัวในตลาดไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง: คู่มือตั้งค่า TikTok Shop ไทย · วิธีขายบน Shopee ไทย · คู่มือ E-commerce SEO ไทย · ราคา Facebook Ads ไทย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Shopee กับ Lazada ต่างกันอย่างไรสำหรับผู้ขายในไทย?
Shopee มักเด่นเรื่องทราฟฟิกสูง, โปรโมชันหนัก และการแข่งขันด้านราคาชัดเจน ขณะที่ Lazada มักมีประสบการณ์ร้านและโครงสร้างแคมเปญที่เหมาะกับบางหมวดสินค้ามากกว่า. ผู้ขายควรดูทั้งกลุ่มลูกค้าและ economics ของแต่ละช่องทาง.
ควรเริ่มขายแพลตฟอร์มไหนก่อน?
ถ้าทรัพยากรจำกัด ควรเริ่มจากแพลตฟอร์มที่กลุ่มลูกค้าของคุณอยู่เยอะและคู่แข่งหลักขายอยู่จริงก่อน. แต่ในระยะกลางหลายแบรนด์ควรขายทั้งสองแพลตฟอร์มเพื่อกระจายความเสี่ยงและเก็บ demand ให้ครบ.
การทำแอดบน marketplace จำเป็นไหม?
จำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการแข่งขันสูงและการพึ่ง organic visibility อย่างเดียวเริ่มไม่พอ. การยิง Sponsored Ads ที่ดีช่วยเร่งทั้งยอดขายและการเก็บ data ว่าสินค้าไหนมีโอกาส scale ได้จริง.




