
คำตอบสั้นๆ: ไม่มีแพลตฟอร์มใดที่ "ดีที่สุด" สำหรับทุกธุรกิจ — ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจของคุณ สำหรับอีคอมเมิร์ซ เลือก Shopify (เริ่มต้น ฿1,400/เดือน) สำหรับเว็บไซต์แนะนำธุรกิจ เอเจนซี่ และพอร์ตโฟลิโอ เลือก Framer (เริ่มต้น ฿350/เดือน) สำหรับเว็บไซต์ที่เน้นคอนเทนต์และบล็อก เลือก WordPress (เริ่มต้น ฿140/เดือน รวมโฮสติ้ง) แต่ละแพลตฟอร์มเก่งในด้านของตัวเอง — อ่านต่อเพื่อดูรายละเอียดสำหรับธุรกิจในไทย
WordPress vs Shopify vs Framer: แพลตฟอร์มไหนดีที่สุดสำหรับธุรกิจไทยในปี 2026?
การเลือกแพลตฟอร์มเว็บไซต์ที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจไทย เลือกผิดหมายถึงต้องสร้างใหม่ในราคาแพง SEO ทำงานไม่ดี และเสียงบประมาณการตลาดไปเปล่า เลือกถูกจะเป็นผลตอบแทนทบต้น — ติดอันดับดีขึ้น โหลดเร็วขึ้น และเว็บไซต์ที่โตไปพร้อมธุรกิจคุณ
คู่มือนี้เปรียบเทียบ WordPress, Shopify และ Framer โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจที่ดำเนินงานในประเทศไทย เราจะครอบคลุมราคาเป็นบาทไทย การรองรับภาษาไทย ความสามารถด้าน SEO ฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซ และให้คำแนะนำชัดเจนสำหรับธุรกิจแต่ละประเภท
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม: ราคาออกแบบเว็บไซต์ในไทย แตกต่างกันอย่างมากขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มและความซับซ้อน การเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเพราะอะไร
ภาพรวมของแต่ละแพลตฟอร์ม
WordPress
WordPress รองรับเว็บไซต์มากกว่า 40% ทั่วโลก เป็นระบบจัดการเนื้อหา (CMS) แบบโอเพ่นซอร์สที่คุณติดตั้งบนโฮสติ้งของตัวเอง ซึ่งให้ความยืดหยุ่นสูงสุดแต่ก็ต้องรับผิดชอบสูงสุดด้วยเช่นกัน — คุณต้องจัดการอัปเดต ความปลอดภัย โฮสติ้ง และการสำรองข้อมูลด้วยตัวเอง (หรือจ้างคนดูแล)
Shopify
Shopify เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเฉพาะทางที่มีร้านค้าออนไลน์หลายล้านร้านทั่วโลก เป็นโซลูชันครบวงจร — โฮสติ้ง ความปลอดภัย ระบบชำระเงิน และการจัดการสต็อกรวมอยู่ในแพ็กเกจ ถ้าเป้าหมายหลักของคุณคือขายสินค้าออนไลน์ Shopify ถูกสร้างมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ
Framer
Framer เป็นเว็บไซต์บิลเดอร์ที่เน้นดีไซน์เป็นหลัก เติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2023 ผสมผสานโปรแกรมแก้ไขภาพแบบ Figma เข้ากับโฮสติ้งและ CMS ในตัว เก่งในการสร้างเว็บไซต์การตลาดและพอร์ตโฟลิโอที่สวยงามและโหลดเร็ว Sphere Agency ใช้ Framer สำหรับเว็บไซต์ของตัวเอง — sphereagency.com — เป็นตัวอย่างจริงของสิ่งที่แพลตฟอร์มนี้ทำได้สำหรับเว็บไซต์เอเจนซี่
เปรียบเทียบราคา (เป็นบาทไทย)
ราคาทั้งหมดแปลงจากดอลลาร์สหรัฐที่อัตราประมาณ ฿35 ต่อ 1 USD ราคาแสดงสำหรับการชำระรายปีเมื่อเป็นไปได้
รายการ | WordPress | Shopify | Framer |
|---|---|---|---|
แพลนเริ่มต้น | ฿140–350/เดือน (โฮสติ้ง + โดเมน) | ฿1,015/เดือน (Basic, รายปี) | ฿350/เดือน (Basic, รายปี) |
แพลนกลาง | ฿700–1,750/เดือน (Managed hosting) | ฿2,765/เดือน (Grow, รายปี) | ฿1,050/เดือน (Pro, รายปี) |
แพลนขั้นสูง | ฿3,500+/เดือน (VPS/Dedicated) | ฿10,465/เดือน (Advanced, รายปี) | ฿3,500/เดือน (Scale, รายปี) |
โฮสติ้งรวม | ไม่ (ต้องจ่ายแยก) | รวมแล้ว | รวมแล้ว |
SSL Certificate | ขึ้นอยู่กับโฮสต์ (มักฟรี) | ฟรี | ฟรี |
ค่าธรรมเนียมธุรกรรม | เฉพาะ Payment gateway | 2.9% + $0.30 (Basic) | ไม่มี (ใช้ Stripe/อื่นๆ) |
โดเมน | ฿350–700/ปี (แยก) | ฟรีปีแรก (แพลนรายปี) | ฟรี .com (แพลนรายปี) |
สรุปเรื่องค่าใช้จ่าย: WordPress มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นต่ำสุดแต่มีค่าใช้จ่ายแฝงสูงสุด (ธีม ปลั๊กอิน ค่าจ้างนักพัฒนา การดูแลรักษา) Shopify แพงสุดในส่วนค่าแพลตฟอร์มแต่รวมทุกอย่างสำหรับอีคอมเมิร์ซ Framer คุ้มค่าที่สุดสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจที่ไม่ใช่อีคอมเมิร์ซ

ความง่ายในการใช้งาน
WordPress: เรียนรู้ปานกลาง
WordPress ต้องเข้าใจเรื่องธีม ปลั๊กอิน แดชบอร์ดโฮสติ้ง และการจัดการเว็บไซต์พื้นฐาน ตัวแก้ไข Gutenberg block ช่วยปรับปรุงประสบการณ์การแก้ไขเนื้อหา แต่การสร้างเว็บไซต์มืออาชีพยังต้องการนักพัฒนาหรือทักษะทางเทคนิค สำหรับเจ้าของธุรกิจไทยที่ไม่มีพื้นฐานทางเทคนิค การตั้งค่าเริ่มต้นอาจท่วมท้น
Shopify: ง่ายสำหรับอีคอมเมิร์ซ
แดชบอร์ดผู้ดูแลของ Shopify ใช้งานง่ายและสร้างมาเพื่อการขายออนไลน์ การเพิ่มสินค้า จัดการออเดอร์ ตั้งค่าชำระเงิน — ทุกอย่างตรงไปตรงมา ตัวแก้ไขธีมใช้ลากวาง เจ้าของธุรกิจไทยส่วนใหญ่สามารถเปิดร้านพื้นฐานได้ภายในไม่กี่วันโดยไม่ต้องพึ่งนักพัฒนา
Framer: ง่ายสำหรับเว็บไซต์ที่เน้นดีไซน์
โปรแกรมแก้ไขภาพของ Framer ทำงานเหมือน Figma — ถ้าทีมมีประสบการณ์ด้านดีไซน์จะรู้สึกคุ้นเคยทันที การสร้างหน้าเว็บรวดเร็วและใช้งานง่ายด้วยการจัดการองค์ประกอบโดยตรง ฟีเจอร์สร้างเว็บด้วย AI สามารถสร้างเว็บไซต์สมบูรณ์จากข้อความอธิบาย อย่างไรก็ตาม สำหรับฟังก์ชันซับซ้อนนอกเหนือ CMS ในตัว ต้องใช้ code overrides (React)
การรองรับภาษาไทย
การรองรับภาษาไทยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่เจาะกลุ่มลูกค้าในประเทศ แต่ละแพลตฟอร์มจัดการอย่างไร:
WordPress: รองรับภาษาไทยยอดเยี่ยม หน้าผู้ดูแลเป็นภาษาไทยเต็มรูปแบบ ธีมที่รองรับภาษาไทยนับพัน ปลั๊กอิน WPML หรือ Polylang จัดการเว็บสองภาษา EN/TH ได้ดี ฟอนต์ไทยแสดงผลถูกต้องในทุกธีม มีชุมชนนักพัฒนาไทยและฐานนักพัฒนาใหญ่ที่สุด
Shopify: รองรับภาษาไทยดี หน้าผู้ดูแลเป็นภาษาไทย รองรับหลายภาษาในตัว (Shopify Markets) จัดการ TH/EN ได้ บาทไทย (฿) เป็นสกุลเงินหลัก ช่องทางชำระเงินไทย (2C2P, Omise, PromptPay) ใช้ได้ผ่านแอป ธีมส่วนใหญ่แสดงตัวอักษรไทยได้ดี
Framer: รองรับภาษาไทยดี ฟีเจอร์ Localization (แอดออนเสียเงิน ประมาณ ฿700/ภาษา/เดือน) เปิดให้สร้างเว็บสองภาษาได้เต็มรูปแบบ ฟอนต์ไทยแสดงผลดีในโปรแกรมแก้ไข CMS รองรับเนื้อหาภาษาไทยแบบเนทีฟ อย่างไรก็ตาม ชุมชนนักพัฒนา/ดีไซเนอร์ไทยเล็กกว่า WordPress
ความสามารถด้าน SEO
สำหรับธุรกิจที่ลงทุนใน SEO การเลือกแพลตฟอร์มสำคัญมาก:
WordPress: ดีที่สุดสำหรับ SEO
ปลั๊กอิน Yoast SEO, Rank Math หรือ All-in-One SEO ให้การควบคุม SEO ครอบคลุม
ควบคุมโครงสร้าง URL, meta tags, schema markup, robots.txt, XML sitemaps ได้เต็มที่
ฟีเจอร์ขั้นสูง: server-side rendering, ปลั๊กอินแคช (WP Rocket, W3 Total Cache)
ระบบนิเวศเครื่องมือ SEO และการเชื่อมต่อใหญ่ที่สุด
สถาปัตยกรรมเน้นบล็อกโดยธรรมชาติ — เหมาะสำหรับกลยุทธ์การตลาดด้วยคอนเทนต์
Shopify: SEO อีคอมเมิร์ซดี
SEO พื้นฐานในตัว: meta titles, descriptions, canonical URLs, sitemaps อัตโนมัติ
Structured data สำหรับสินค้า (rich snippets ใน Google)
ปรับแต่ง URL ได้จำกัด (บังคับ /collections/ และ /products/ นำหน้า)
มีฟังก์ชันบล็อกแต่พื้นฐานเมื่อเทียบกับ WordPress
แข็งแกร่งสำหรับ SEO อีคอมเมิร์ซในไทย
Framer: Technical SEO สะอาด
HTML output สะอาด โหลดเร็ว — คะแนน Core Web Vitals ยอดเยี่ยม
ควบคุม Meta title, description และ Open Graph ได้ในแต่ละหน้า
Sitemaps สร้างอัตโนมัติ
301 redirects มีในแพลน Pro ขึ้นไป
ไม่มีระบบปลั๊กอินสำหรับ SEO ขั้นสูง — สิ่งที่เห็นคือสิ่งที่ได้
บล็อกผ่าน CMS ทำได้แต่ยังไม่ mature เท่า WordPress
ฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซ
หากคุณกำลังพิจารณา WooCommerce (WordPress) vs Shopify นี่คือการเปรียบเทียบรวม Framer:
ฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซ | WordPress (WooCommerce) | Shopify | Framer |
|---|---|---|---|
อีคอมเมิร์ซในตัว | ผ่านปลั๊กอิน WooCommerce | ในตัว (ฟีเจอร์หลัก) | ไม่มี (ใช้ third-party เท่านั้น) |
จัดการสินค้า | ไม่จำกัด ปรับแต่งได้สูง | ไม่จำกัด ใช้งานง่าย | ไม่มี (ฝัง Shopify/Stripe) |
ช่องทางชำระเงิน | 100+ (รวมช่องทางไทย) | ในตัว + 100+ การเชื่อมต่อ | Stripe, PayPal (แบบฝัง) |
ชำระเงินไทย | 2C2P, Omise, PromptPay, K PLUS | 2C2P, Omise, PromptPay | จำกัด (ผ่าน Stripe) |
จัดการสต็อก | ผ่านปลั๊กอิน | ในตัว หลายสาขา | ไม่มี |
ระบบขนส่ง | ผ่านปลั๊กอิน (ไปรษณีย์ไทย, Kerry, Flash) | ในตัว + แอปขนส่งไทย | ไม่มี |
จัดการออเดอร์ | เต็มรูปแบบ (WooCommerce admin) | เต็มรูปแบบ (Shopify admin + มือถือ) | ไม่มี |
เชื่อมต่อ Marketplace | Shopee, Lazada ผ่านปลั๊กอิน | Shopee, Lazada, TikTok Shop | ไม่มี |
สรุป: Shopify ชนะด้านอีคอมเมิร์ซอย่างขาดลอย WordPress (WooCommerce) เป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งอันดับสองถ้าต้องการปรับแต่งสูงสุดหรืออยากหลีกเลี่ยงค่าแพลตฟอร์มรายเดือน Framer ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับอีคอมเมิร์ซ — ถ้าต้องการร้านค้า ใช้ Shopify แล้วเชื่อมกับเว็บ Framer
ความยืดหยุ่นด้านดีไซน์
Framer: อิสระในการดีไซน์สูงสุด
Framer ให้การควบคุมดีไซน์ระดับพิกเซลด้วยโปรแกรมแก้ไขภาพที่ให้ความรู้สึกเหมือนซอฟต์แวร์ดีไซน์มืออาชีพ แอนิเมชัน อินเทอร์แอคชัน เอฟเฟกต์สกรอล — ทั้งหมดเป็นเนทีฟและใช้ง่าย ไม่มีข้อจำกัดแบบ "หน้าตาเทมเพลต" เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเว็บไซต์ที่โดดเด่นทางภาพ
WordPress: ปรับแต่งได้สูง (ต้องมีนักพัฒนา)
ด้วยธีม 12,000+ และเข้าถึงโค้ดเต็มรูปแบบ WordPress สามารถออกแบบได้ทุกรูปแบบ แต่ดีไซน์แบบกำหนดเองระดับพรีเมียมต้องจ้างนักพัฒนา Page builders (Elementor, Divi) ให้ดีไซน์แบบลากวาง แต่เพิ่มภาระด้านประสิทธิภาพ
Shopify: ดีภายใต้เทมเพลตอีคอมเมิร์ซ
ระบบธีมของ Shopify ดูดีและเป็นมืออาชีพ มี 190+ ธีม (12 ธีมฟรี) การปรับแต่งดีแต่อยู่ในกรอบโครงสร้างเทมเพลตอีคอมเมิร์ซ การเขียนโค้ด Liquid ขยายความเป็นไปได้ แต่จุดเน้นหลักคือประสบการณ์ร้านค้าเสมอ

โฮสติ้งและประสิทธิภาพ
ปัจจัยด้านประสิทธิภาพ | WordPress | Shopify | Framer |
|---|---|---|---|
โฮสติ้ง | จัดการเอง (คุณภาพแตกต่าง) | Shopify CDN (ทั่วโลก) | Framer CDN (ทั่วโลก, 20+ จุด) |
ความเร็ว | ขึ้นอยู่กับโฮสติ้ง + การปรับแต่ง | เร็ว (โครงสร้างที่ปรับแต่งแล้ว) | เร็วมาก (สถาปัตยกรรม static-first) |
Uptime | ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการโฮสติ้ง | 99.99% SLA (ระดับองค์กร) | 99.9%+ (รองรับด้วย CDN) |
ความปลอดภัย | เป็นความรับผิดชอบของคุณ | PCI DSS compliant, จัดการให้ | จัดการให้, SSL รวม |
การบำรุงรักษา | ต้องอัปเดตเป็นประจำ | ไม่ต้องดูแลรักษา | ไม่ต้องดูแลรักษา |
CDN ในเอเชีย | ขึ้นอยู่กับโฮสต์/CDN ที่ตั้งค่า | มี (โหนดสิงคโปร์, โตเกียว) | มี (โหนดสิงคโปร์, โตเกียว) |
สำหรับผู้ใช้ในไทย: Framer และ Shopify ทั้งคู่โหลดเร็วในไทยผ่านโหนด CDN ในเอเชีย WordPress สามารถเทียบเท่าหรือเร็วกว่าได้ — แต่ต้องมีโฮสติ้งที่เหมาะสม (เช่น Cloudways กับเซิร์ฟเวอร์สิงคโปร์) และการปรับแต่ง (แคช, บีบอัดรูปภาพ, CDN) WordPress บนโฮสติ้งแชร์ราคาถูกจะเป็นตัวเลือกที่ช้าที่สุด
ควรเลือกแพลตฟอร์มไหน?
เลือก Shopify ถ้า:
คุณขายสินค้าออนไลน์ (สินค้าจริงหรือดิจิทัล)
ต้องการระบบชำระเงินในตัวที่รองรับช่องทางชำระเงินไทย
ต้องการระบบจัดการสต็อก ขนส่ง และออเดอร์
ขายบน Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop และต้องการจัดการแบบรวมศูนย์
ไม่อยากจัดการโฮสติ้งหรือความปลอดภัยเอง
เหมาะกับ: ร้านค้าอีคอมเมิร์ซ, แบรนด์ D2C, ร้านค้าปลีกที่ขยายออนไลน์, ธุรกิจ F&B ที่มีระบบสั่งซื้อออนไลน์
เลือก Framer ถ้า:
ต้องการเว็บไซต์แนะนำธุรกิจหรือเว็บการตลาดที่สวยงาม
คุณภาพดีไซน์เป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันของแบรนด์
ต้องการโหลดเร็วโดยไม่ต้องจัดการโครงสร้างพื้นฐาน
ทีมมีทักษะด้านดีไซน์ (หรือทำงานกับเอเจนซี่ดีไซน์)
ต้องการเว็บสองภาษา EN/TH ที่มีระบบ localization สะอาด
เหมาะกับ: เอเจนซี่, บริษัท SaaS, ธุรกิจบริการมืออาชีพ, พอร์ตโฟลิโอ, สตาร์ทอัพที่เปิดตัว landing page
เลือก WordPress ถ้า:
การตลาดด้วยคอนเทนต์และบล็อกเป็นหัวใจของกลยุทธ์
ต้องการการปรับแต่งสูงสุดและความยืดหยุ่นของปลั๊กอิน
มีนักพัฒนา (ในทีมหรือจ้างเอเจนซี่)
ต้องการต้นทุนเริ่มต้นต่ำที่สุด
ต้องการฟังก์ชันเฉพาะที่มีเฉพาะผ่านปลั๊กอิน WordPress
เหมาะกับ: เว็บสื่อ, ธุรกิจที่เน้นคอนเทนต์, บล็อก, เว็บสมาชิก, ธุรกิจที่มีข้อกำหนดกำหนดเองซับซ้อน
ตารางเปรียบเทียบสรุป
เกณฑ์ | WordPress | Shopify | Framer |
|---|---|---|---|
เหมาะกับ | คอนเทนต์ & บล็อก | อีคอมเมิร์ซ | ดีไซน์ & เว็บการตลาด |
ราคาเริ่มต้น (THB) | ฿140/เดือน | ฿1,015/เดือน | ฿350/เดือน |
ใช้งานง่าย | ⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐ |
ความยืดหยุ่นดีไซน์ | ⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
SEO | ⭐⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐ |
อีคอมเมิร์ซ | ⭐⭐⭐⭐ (WooCommerce) | ⭐⭐⭐⭐⭐ | ⭐ (third-party เท่านั้น) |
รองรับภาษาไทย | ⭐⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐ |
ความเร็ว (ในไทย) | ⭐⭐⭐ (แตกต่าง) | ⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
การบำรุงรักษา | สูง (จัดการเอง) | ไม่มี | ไม่มี |
คำแนะนำสุดท้าย
อย่าคิดมาก จับคู่แพลตฟอร์มกับเป้าหมายหลัก:
ขายสินค้าออนไลน์? → Shopify จบ
สร้างเว็บแบรนด์/เอเจนซี่/พอร์ตโฟลิโอ? → Framer เราที่ Sphere Agency ใช้มันเอง และมันส่งมอบประสิทธิภาพและคุณภาพดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม
ทำเว็บที่เน้นคอนเทนต์หรือบล็อก? → WordPress ยังคงเป็นราชาของคอนเทนต์
การตัดสินใจที่แย่ที่สุดคือไม่ตัดสินใจ ทุกเดือนที่ธุรกิจคุณดำเนินไปโดยไม่มีเว็บไซต์ที่เหมาะสม คือเดือนที่เสียทราฟฟิกออร์แกนิก ลีดที่พลาดไป และเงินที่ทิ้งไว้บนโต๊ะ เลือกแพลตฟอร์มที่ตรงกับเป้าหมายหลักแล้วเปิดตัว คุณสามารถปรับเปลี่ยนทีหลังได้เสมอ
ต้องการคำแนะนำหรือช่วยสร้าง? ติดต่อ Sphere Agency — เราสร้างเว็บไซต์ประสิทธิภาพสูงบนทั้งสามแพลตฟอร์ม และสามารถแนะนำโซลูชันที่เหมาะกับความต้องการเฉพาะของธุรกิจคุณ




