
การค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์กว่า 35% เริ่มต้นที่ Google และการค้นหาหนึ่งครั้งใช้เวลาแค่ 1 นาทีก่อนผู้ใช้จะออกจากเพจไป ฉะนั้นการทำให้สินค้าและบริการของแบรนด์คุณไปปรากฏในหน้าแรกของผลการค้นหาจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจยุคดิจิทัล ทุกวันนี้ธุรกิจนับล้านล้วนต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงลูกค้าในสื่อดิจิทัล การโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์จึงทวีความสำคัญขึ้น และ SEM ก็เป็นวิธีที่ดีในการโปรโมทสินค้าและบริการสู่ผู้บริโภค
บทความนี้เราจะมาแนะนำว่า SEM คืออะไร รวมถึงพื้นฐานที่นักการตลาดควรรู้เพื่อต่อยอดธุรกิจสู่โลกดิจิทัล
SEM คืออะไร?
SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing เป็นประเภทหนึ่งของการทำ Search Marketing ที่มักขนานนามกันว่า Pay-to-win เพราะใช้วิธีการแบบจ่ายเงินเพื่อให้ลิงก์ไปปรากฏบนหน้าผลการค้นหาของ Search Engine (SERP)
กลยุทธ์การตลาดแบบ Paid SEM หมายรวมถึงการซื้อและปรับแต่งโฆษณาบน Search Engine รวมถึงการตั้งงบประมาณในการซื้อ Ad Placement SEM นั้นแตกต่างกับ SEO ที่เป็นอีกแขนงของ Search Marketing ในบทความก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงความแตกต่างของ SEM กับ SEO ไปแล้ว คลิกอ่านต่อได้ที่นี่
ในการทำ SEM แบรนด์ต้องทำการศึกษา Keyword Research และวางแผนแคมเปญที่เจาะคีย์เวิร์ดที่ผู้ใช้ค้นหาใน Search Engine อันมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ สินค้า หรือบริการที่มีเสนอมากที่สุด เมื่อผู้ใช้ค้นหาอะไรสักอย่างใน Google จะเห็นโฆษณาที่ติดเครื่องหมาย AD อยู่ด้านบนสุดของหน้า SERP โดยที่แบรนด์ต้องจ่ายค่าโฆษณาต่อเมื่อมีผู้ใช้คลิกเข้าชมลิงก์ที่โฆษณาไว้เท่านั้น
นี่คือสาเหตุที่หลาย ๆ คนเรียก SEM ว่า Pay-per-click (PPC) Marketing ซึ่งเจ้า Google Ads (เปลี่ยนชื่อมาจาก Google Adwords) คือผู้ให้บริการ Search Ad ยอดนิยมสำหรับการทำ SEM
แผนงาน SEM ที่ดีควรประกอบไปด้วย:
ศึกษา Keyword Research
รันแคมเปญ Google Ads ด้วยคีย์เวิร์ดและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ
ตั้งคีย์เวิร์ดสำรองจากคำหลัก
เขียน Ad Copy ที่ดึงดูดความสนใจของผู้ใช้โดยใช้คีย์เวิร์ดที่ต้องการ
กำหนดงบสำหรับการรันแคมเปญ
ติดตามผลยอด Click, Impressions, Click-through-rate (CTR) และ Cost-per-click (CPC)

ตั้งกลุ่มเป้าหมายสำหรับ Retargeting
ประโยชน์ของ Search Engine Marketing (SEM)
Search Engine Marketing – SEM สามารถช่วยให้แบรนด์ของคุณปรากฏในหน้าผลการค้นหาของ Google และเป็นเครื่องมือให้คุณประสบผลสำเร็จทางธุรกิจตามเป้าหมาย นี่คือเหตุผลที่ทำให้ Paid Search Ads เป็นเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพเพื่อแบรนด์ของคุณ
เข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง
SEM มักถูกใช้เป็นแผนงานระยะสั้นเพื่อสร้าง Brand Awareness ให้กับสินค้าหรือบริการ โดย Paid Search Ad นั้นเห็นผลเร็ว ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในแทบจะทันที ในขณะที่ SEO อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผล
สร้าง Brand Awareness
Search Engine Marketing ช่วยให้แบรนด์เน้นย้ำรายละเอียดของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นชื่อแบรนด์ใน Ad Copy, คำอธิบาย, URL, หรือลิงก์ต่าง ๆ ฉะนั้น Paid Search Ads จึงเป็นช่องทางสร้าง Brand Awareness ที่ดีเยี่ยม และยิ่งดีเข้าไปอีกเมื่อโฆษณานั้นขึ้นไปเป็นผลการค้นหาแรกใน SERP
ขับเคลื่อน Traffic เข้าสู่เว็บไซต์
Search Ads มักถูกเห็นได้ง่ายเพราะมันจะไปปรากฏด้านบนของหน้า Search Engine Result Page (SERP) ก่อนผลการค้นหาแบบ Organic ทั่วไปที่ไม่ได้ซื้อโฆษณา หากวางงบดี ๆ มีก็อปปี้ที่ดึงดูด จะสามารถเรียกผู้ใช้ให้มาเข้าชมเว็บไซต์ได้มากเลยทีเดียว
ใช้งานง่าย จัดการสะดวก
Paid search ads สามารถติดตั้งและเริ่มรันแคมเปญได้ง่าย ๆ โดย Google Ads และแพลตฟอร์มอื่น ๆ มีระบบการตั้งแคมเปญล่วงหน้า และสามารถเริ่มหรือหยุดแคมเปญได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังสะดวกต่อการตั้งงบและความเร็วในการแสดงโฆษณาด้วย ความสามารถนี้จะช่วยในการปรับแต่งโฆษณาและขับเคลื่อนยอดเข้าชมเว็บไซต์ได้ในเวลาอันรวดเร็วและงบประมาณที่จำกัด
ปรับแต่งโฆษณาให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
SEM เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยฐานของ Search Intent หรือวัตถุประสงค์ในการค้นหาอะไรบางอย่างของผู้ใช้นั่นเอง คุณสามารถปรับแต่งโฆษณาให้ปรากฏต่อผู้ใช้ที่ค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่มีอยู่ได้ หากเลือกคีย์เวิร์ดถูก โอกาสที่จะได้ลูกค้าใหม่ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
กำหนด Keyword Match Types
เครื่องมือ Keywords Planner ของ Google ช่วยค้นหาคีย์เวิร์ดที่ผู้บริโภคใช้เพื่อหาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของคุณ Google Ads มีตัวเลือกให้กำหนด Keywords Matching Type หลายรูปแบบเพื่อแสดงผลต่อผู้ใช้งาน โดยมี Broad Match, Exact Match ฯลฯ หากกำหนดถูกประเภทจะทำให้มั่นใจว่าโฆษณาไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่ควร
กำหนดเป้าหมายตามสถานที่
SEM มีตัวเลือกให้สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามพิกัดสถานที่ ผู้ลงโฆษณาสามารถทำแอดหลาย ๆ ภาษาและเลือกว่าแต่ละเวอร์ชันจะไปปรากฏต่อกลุ่มเป้าหมายใด โดยใช้ Geolocation คุณสามารภเลือกประเทศ เมือง หรือเขตย่อย ๆ ได้ตามความต้องการ
จ่ายเมื่อมีคนกดลิงก์เท่านั้น
Google Search Ads สามารถติดตั้งได้ฟรี แต่ต้องจ่ายเงินเฉพาะเวลาที่มีผู้ใช้กดลิงก์ในหน้าผลการค้นหาแล้วเท่านั้น หมายความว่าคุณสามารถไปปรากฏในหน้าผลการค้นหา สร้าง Brand Awareness ได้โดยที่อาจจะไม่ต้องจ่ายเงินเลยสักบาทเดียว และเมื่อต้องจ่าย ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะเงินที่จ่ายนั้นเป็นค่าเรียกผู้ใช้เข้าสู่เว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว
ลงโฆษณาในคีย์เวิร์ดของคู่แข่งก็ยังได้
ยอมรับมาเถอะว่ามาร์เก็ตเตอร์คนไหนก็ทำกัน ทุกสำนักแนะนำให้ลงโฆษณา Search Ads ในคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์คู่แข่ง ช่วยให้ผู้ใช้เห็นแบรนด์ในคีย์เวิร์ดนั้น ๆ และอาจเพิ่มโอกาสในการแย่งลูกค้าของคู่แข่งมาเป็นลูกค้าของคุณในที่สุด
วัดผลการลงโฆษณา
SEM สามารถวัดผลของแต่ละแคมเปญที่ลงโฆษณาได้ Google Ads มีฐานข้อมูลอย่างละเอียดของโฆษณาที่มีผลงานดีในส่วนของ Impressions, Clicks, Click-through-rate (CTR), คีย์เวิร์ดที่ประสิทธิภาพดี ฯลฯ คุณสามารถวัดผลงานและวิเคราะห์แผนงานในอนาคตต่อไปได้

คำถามที่พบบ่อย
SEM กับ SEO ต่างกันอย่างไร?
ความแตกต่างหลักระหว่างทั้งสองคือ SEM ขับเคลื่อนการเข้าชมผ่านโฆษณาที่เสียค่าใช้จ่าย ในขณะที่ SEO เพิ่มยอดเข้าชม ตรวจสอบ และวิเคราะห์แบบออร์แกนิก (ไม่ชำระเงิน) SEO มักถูกมองว่าเป็นแนวทางทางการตลาดที่ดีกว่าสำหรับผลลัพธ์ในระยะยาว เป็นไปได้ที่จะได้รับการเข้าชมฟรีและใช้ประโยชน์จาก SEO ในขณะที่ SEM ใช้งานได้เมื่อคุณชำระเงินเท่านั้น
SEO ดีกว่า SEM จริงไหม?
SEM ให้ผลลัพธ์ที่ทันท่วงทีมากกว่า SEO เนื่องจากคุณสามารถสร้างแคมเปญโฆษณาเกือบจะในทันทีและเริ่มรับการเข้าชมที่เป็นเป้าหมาย ในขณะที่ SEO มีแนวโน้มที่จะให้อันดับที่ดีและการเข้าชมแก่คุณ หากคุณพร้อมที่จะรอเป็นเวลานาน
แพลตฟอร์ม SEM ที่นิยมที่สุดคืออะไร?
แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการทำ SEM คือ Google Ads ในขณะที่ Bing Ads และ Yahoo Search Ads ก็เป็นตัวเลือกอื่น ๆ ที่พร้อมใช้งาน โฆษณาบน Facebook และแพลตฟอร์มโฆษณาโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เป็นแพลตฟอร์มแบบ PPC ที่ไม่ได้จัดเป็น SEM
PPC หมายความว่าอะไร?
โมเดล Pay Per Click (PPC) คือการโฆษณาออนไลน์ที่ผู้ลงโฆษณาจ่ายให้กับแพลตฟอร์มทุกครั้งที่มีการคลิกลิงก์โฆษณา เรียกอีกอย่างว่ารูปแบบ Cost Per Click (CPC) รูปแบบการโฆษณาแบบนี้มีให้บริการโดยเสิร์ชเอ็นจิ้นและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นหลัก
Google Ads จัดเป็น PPC ไหม?
Google Ads คือโซลูชันการโฆษณาแบบจ่ายต่อคลิก (PPC) ของ Google ธุรกิจและเจ้าของเว็บไซต์สามารถเสนอราคาเพื่อแสดงโฆษณาข้างการค้นหาบน Google.com ได้ทันทีเมื่อผู้คนกำลังมองหาสิ่งที่พวกเขาเสนอ
Google Ads ฟรีไหม?
การลงทะเบียนบัญชี Google Ads นั้นทำได้ฟรี และคุณจะไม่ต้องจ่ายเงินสักบาทเดียว จนกว่าลูกค้าจะดำเนินการต่าง ๆ เช่น คลิกโฆษณาเพื่อไปที่เว็บไซต์ของคุณ
ต้องการตัวช่วยวางแผน Search Engine Marketing ให้แบรนด์คุณหรือเปล่า?
หากแบรนด์ของคุณต้องการผู้ช่วยทำ Search Engine Marketing ทีมงาน Sphere Agency พร้อมช่วยขับเคลื่อนกลุ่มเป้าหมายสู่เว็บไซต์ของแบรนด์คุณ และเติบโตไปพร้อม ๆ กันด้วยแผนงาน SEM ระดับมืออาชีพ ดูรายละเอียด บริการ Google Ads และถ้าเริ่มสนใจก็ติดต่อเรามาได้เลย
ถ้ากำลังวางงบ SEM ในไทย ดู คู่มือราคา Google Ads ในไทย สำหรับ CPC งบต่อเดือน และค่าเอเจนซี่.
SEM คืออะไรและทำงานอย่างไร
SEM (Search Engine Marketing) คือการใช้โฆษณาแบบเสียเงินบน search engine เพื่อเพิ่มการมองเห็นเว็บไซต์ในหน้าผลการค้นหา ต่างจาก SEO ที่เป็น organic search SEM ให้ผลทันทีแต่ต้องจ่ายเงินทุกครั้งที่มีคนคลิก Google Ads เป็น SEM platform ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
ประเภทโฆษณา SEM บน Google
Search Ads: โฆษณาข้อความที่แสดงเมื่อคนค้นหา keyword ที่กำหนด เหมาะสำหรับ capture demand ที่มีอยู่แล้ว
Shopping Ads: แสดงรูปสินค้า ราคา และชื่อร้านค้า เหมาะสำหรับ e-commerce ที่ต้องการยอดขายโดยตรง

Display Ads: แบนเนอร์ที่แสดงบนเว็บไซต์ partner ของ Google เหมาะสำหรับ brand awareness และ remarketing
Performance Max: Campaign แบบ AI ที่ run บนทุก Google channel อัตโนมัติ เหมาะสำหรับ conversion
วิธีคำนวณงบ SEM สำหรับธุรกิจไทย
ค่า CPC เฉลี่ยในไทย
ค่าเฉลี่ย CPC (Cost Per Click) ในไทยอยู่ที่ ฿5-50 ขึ้นกับ industry Healthcare และ Financial ค่า CPC สูงที่สุด ฿30-100 E-commerce สินค้าทั่วไป ฿5-20 ท่องเที่ยวและ Hospitality ฿15-50
งบเริ่มต้นที่แนะนำ
สำหรับ SME ไทยที่เริ่ม SEM ครั้งแรก แนะนำงบ ฿15,000-30,000/เดือน เพื่อเก็บข้อมูลเพียงพอสำหรับ optimization ก่อนขยายงบ ดูการเปรียบเทียบ SEO vs Google Ads เพิ่มเติมที่ SEO vs Google Ads
ตัวชี้วัดสำคัญของ SEM
CTR (Click-Through Rate): อัตราคลิก ควรสูงกว่า 3% สำหรับ Search Ads
Quality Score: คะแนน 1-10 ที่ Google ให้ keyword ยิ่งสูงยิ่งจ่ายน้อยลงต่อ click
Conversion Rate: อัตราการเปลี่ยน click เป็น action เฉลี่ยอุตสาหกรรมในไทย 2-5%
ROAS: รายได้หารด้วยค่าโฆษณา ควรสูงกว่า 3x สำหรับ e-commerce
คำถามที่พบบ่อย
SEM vs SEO เลือกอะไรก่อน?
ทำ SEM ก่อนเพื่อหา converting keywords จากนั้นใช้ข้อมูลนั้น focus SEO ใน long-term ทั้งสองทำงานเสริมกัน ไม่ใช่แข่งกัน
SEM คืออะไร และต่างจาก SEO ยังไง
SEM หรือ Search Engine Marketing คือการใช้ช่องทาง search เพื่อหาลูกค้า โดยส่วนมากในเชิงปฏิบัติจะหมายถึงโฆษณาแบบเสียเงิน เช่น Google Ads ในขณะที่ SEO คือการได้ทราฟฟิกแบบ organic ทั้งสองอย่างควรทำคู่กัน ไม่ใช่เลือกอย่างเดียว
เมื่อไหร่ควรใช้ SEM
ต้องการ lead หรือ sales เร็ว
มี keyword intent สูงชัดเจน
กำลังทดสอบ demand ของสินค้าใหม่
ถ้าอยากรู้ขั้นตอนปฏิบัติ อ่าน วิธีทำ SEM และ SEO vs Google Ads




