Shopify Plus: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับองค์กรใหญ่ปี 2022

Shopify Plus: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับองค์กรใหญ่ปี 2022Shopify Plus: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับองค์กรใหญ่ปี 2022

หากคุณกำลังมองหาโซลูชันในการสร้างร้านค้าออนไลน์ Shopify อาจเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม ยิ่งหากคุณเป็นองค์กรขนาดใหญ่ Shopify Plus จะช่วยให้คุณได้มากกว่า มันทำงานได้ดีมากด้วยคุณสมบัติสำหรับร้านค้าที่มีปริมาณการซื้อขายมาก ถึงเวลายุติความเข้าใจผิดที่ว่าแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมนี้มีไว้สำหรับธุรกิจขนาดเล็กเท่านั้น

เราจะมาสำรวจว่าแพลตฟอร์มนี้มอบความสามารถในการขายระดับองค์กรอย่างไร้กังวลในบทความ Shopify Plus Review นี้

Shopify Plus คืออะไร?

Shopify Plus คือเวอร์ชันปรับปรุงของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับองค์กรที่มีปริมาณการซื้อขายสูง โดยเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบ Fully Hosted SaaS

เนื่องจากโซลูชันนี้ผ่านการตรวจสอบและอัปเกรดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพและความทนทานสูงสุด ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องเปิดเซิร์ฟเวอร์ด้วยตัวเองหรือค้นหาบริษัทโฮสติ้งภายนอก ทำให้มีความน่าเชื่อถือมากกว่า Self-hosted Platforms เช่น WordPress WooCommerce, Magento Enterprise หรือ SAP Hybrid

ข้อได้เปรียบหลักเหนือ Shopify แบบปกติคือมันช่วยให้คุณควบคุม ปรับแต่ง และวางระบบอัตโนมัติได้มากขึ้น เช่นเดียวกับความเร็วที่เร็วขึ้น การทำ Search Engine Optimization ที่ดีขึ้น และบริกา Omnichannel ที่ดีขึ้น

แม้ว่าจะฟังดูดี แต่แพลตฟอร์มนี้ก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงด้วยรายเดือนขั้นต่ำประมาณ 2,000 ดอลลาร์ และแน่นอนว่า Shopify และ Shopify Plus ไม่ใช่วิธีเดียวที่จะเริ่มขายของออนไลน์ ดูบทความ WooCommerce ของเราสำหรับทางเลือกเพิ่มเติม

Shopify Plus: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับองค์กรใหญ่ปี 2022

ฟีเจอร์หลักของ Shopify Plus

1. ความสามารถด้าน Scalability และการรองรับยอดใช้งานสูง

ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ค้าอีคอมเมิร์ซ หากเว็บไซต์ล่มและลูกค้าทำการซื้อไม่ได้ การตลาด โฟลว์อีเมล และกลยุทธ์การสร้าง Conversion ทั้งหมดก็ล้วนเปล่าประโยชน์ ดังนั้นทุกวินาทีของที่เว็บไซต์ล่มคือเงินจำนวนมหาศาลที่เสียไป

ผู้ค้าปลีกที่มีอุปสงค์สูงจำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มที่จะไม่ล่มเวลาจัดแฟลชเซล หรือโปรโมชันเทศกาลเพื่อดึงยอด Traffic ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และ Shopify Plus ก็พร้อมที่จะตอบรับความต้องการส่วนนั้น

แพลตฟอร์มนี้สามารถรองรับธุรกรรมได้หลายหมื่นรายการต่อนาที ดังนั้นคุณจึงมั่นใจว่าเว็บไซต์ของคุณจะให้บริการได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่มีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ไม่จำกัดจำนวนผลิตภัณฑ์หรือแบนด์วิดท์ คุณสามารถขยายธุรกิจของคุณบน Shopify Plus ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าเว็บไซต์จะรับมือได้หรือไม่

2. พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ

การก้าวไปสู่ระดับโลกต้องใช้มากกว่าแค่การดึง Traffic จากหลาย ๆ ประเทศไปยังเว็บไซต์เดียว การมีหน้าร้านสำหรับแต่ละประเทศประเทศ พร้อมภาษา สกุลเงิน และตัวเลือกการชำระเงินที่เหมาะสมสำหรับแต่ละภูมิภาคจะช่วยปูทางไปสู่ความสำเร็จในระดับสากล

ปัจจุบัน Shopify Plus ให้ผู้ใช้สามารถเปิดร้านค้าที่เหมือนกันได้ถึง 9 เว็บไซต์สำหรับภาษาต่าง ๆ เพิ่มเติมจากหน้าร้านดั้งเดิมของคุณ รวมเป็นทั้งหมด 10 หน้าร้านสำหรับบัญชี Shopify Plus หนึ่งบัญชี หน้าร้านแต่ละแห่งมีแบ็กเอนด์ของตัวเองต่างหาก ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถจัดการเนื้อหา สินค้าคงคลัง และคำสั่งซื้อแยกกันได้

หากคุณต้องการนำงานแบ็คเอนด์ทั้งหมดมาไว้ในที่เดียว ระบบการจัดการ Shopify Plus ที่มีคุณภาพเป็นวิธีที่น่าจะตอบโจทย์ที่สุดแล้ว

3. ปรับแต่งหน้าร้านได้หลากหลาย

แพลตฟอร์ม Shopify แบบพื้นฐานมักถูกวิจารณ์เรื่องการปรับแต่งร้านค้าที่ทำได้อย่างจำกัดจำเขี่ย โดยมีพื้นที่เพียงเล็กน้อยสำหรับการเปลี่ยนแปลงนอกเหนือไปจากธีมที่คุณเลือกใช้ในตอนแรก แต่ Shopify Plus ไม่เป็นเช่นนั้น

ผู้ค้าแต่ละรายมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนั้น Shopify Plus จึงเปิดโอกาสให้แต่ละร้านค้าสามารถควบคุมการปรับแต่งเองได้อย่างสมบูรณ์ ทีมนักพัฒนาสามารถเข้าถึงการควบคุมเว็บไซต์ทั้งหมดผ่านไฟล์ CSS และสคริปต์ที่แก้ไขได้ คุณสามารถควบคุมการจัดวาง เนื้อหา และแบรนด์ดิ้งได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ผู้ใช้สามารถค้นหาแอปหลายพันรายการเพื่อปรับปรุงความสามารถของร้านค้าได้เพิ่มเติมผ่าน Shopify App Store

แพลตฟอร์ม Shopify Plus มีกลุ่มนักออกแบบ นักพัฒนา และพันธมิตรผู้สามารถสร้างประสบการณ์ที่กำหนดเองได้ ไม่ว่าธุรกิจจะต้องการการออกแบบที่ได้รับรางวัล ฟีเจอร์แบบกำหนดเอง หรือแผนโซเชียลมีเดียที่กว้างขวาง Shopify Plus จะมอบบริการทุกระดับให้กับผู้ค้าระดับองค์กรอย่างน่าพึงพอใจ

4. การวางเวิร์กโฟลว์และแคมเปญอัตโนมัติ

ผู้ค้าอีคอมเมิร์ซมีงานมากมายที่ต้องทำในทุก ๆ วัน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Shopify Plus น่าประทับใจคือเวลาว่างเพิ่มเติมที่มันมอบให้ผู้ใช้ ด้วยคุณสมบัติการทำงานอัตโนมัติ สิ่งเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่การตัดชั่วโมงงานที่แสนจะยุ่งจากแผนงานซ้ำซากในแต่ละวัน เพื่อให้คุณสามารถมุ่งความสนใจไปที่งานอื่น ๆ ที่สำคัญกว่าได้

ส่วนระบบอัตโนมัติมีเครื่องมือสำหรับการปรับปรุงเวิร์กโฟลว์การบริการลูกค้า ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติเหล่านี้ คุณสามารถจัดการสต๊อกสินค้า คำสั่งซื้อ และการวางผลิตภัณฑ์ได้ แถมยังมีระบบช่วยแบ่งกลุ่มลูกค้าอัตโนมัติอีกด้วย

คุณสามารถตั้งค่าพารามิเตอร์ที่จับว่าเมื่อมีลูกค้าใช้จ่ายมากกว่า $100 ในหนึ่งเดือนจะถูกระบุว่าเป็นลูกค้า VIP โดยอัตโนมัติ สามารถทำได้เช่นเดียวกันสำหรับการเรียงลำดับสินค้าคงคลังต่ำหรือการประเมินระดับความเสี่ยงสำหรับธุรกรรมที่อาจเป็นการฉ้อโกงได้อีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังสามารถวางแคมเปญการตลาดบนระบบอัตโนมัติได้ด้วยความช่วยเหลือของเครื่องมือ Launchpad ของ Shopify Plus ทำให้สามารถจัดกำหนดการงานสำคัญ ๆ มากมายเกี่ยวกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และโปรโมชันแฟลชเซล

5. การจัดการ Omnichannel ขั้นสูง

Shopify Plus ช่วยให้คุณพร้อมสำหรับ Social Commerce อันราบรื่นในช่องทางโซเชียลมีเดียยอดนิยม ช่วยให้ผู้ค้าระดับองค์กรขายได้อย่างรวดเร็วผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram และ Pinterest เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะเข้าถึงได้กลุ่มลูกค้าได้มากที่สุด

นอกจากนี้ ผู้ใช้จำนวนมากยังใช้ระบบ Shopify POS เพื่อโต้ตอบกับลูกค้าและดำเนินการขายผ่านร้านค้าป๊อปอัปได้ด้วยตนเอง

Shopify Plus ให้บริการเกตเวย์การชำระเงินมากกว่า 70 เจ้า ซึ่งรวมไปถึง PayPal และ Bitcoin ทำให้ร้านค้าสามารถขายได้ในหลายภูมิภาคและภาษา เพราะความสามารถในการพบปะลูกค้าทุกที่ทุกเวลาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายฐานผู้ซื้อให้ไร้พรมแดน

ทั้งหมดนี้เชื่อมต่อผ่านทั้ง Backend และ Frontend ธุรกิจสามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มไอทีที่มีอยู่เพื่อสร้างโซลูชันที่ผสานรวมได้อย่างราบรื่นโดยใช้ Shopify Plus API ซึ่งรวมถึงระบบ ERP, CRM และระบบบัญชี รวมถึงซอฟต์แวร์อื่น ๆ ที่คุณใช้อยู่

Shopify Plus: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับองค์กรใหญ่ปี 2022

ค่าใช้จ่าย Shopify Plus Pricing

ราคาของ Shopify Plus อาจสร้างความสับสนเนื่องจากไม่มีราคาแสดงอยู่ในหน้าเว็บไซต์ ทางแพลตฟอร์มบังคับให้คุณติดต่อพวกเขาโดยตรงเพื่อขอใบเสนอราคา เนื่องการกำหนดราคาสำหรับ Shopify Plus ขึ้นอยู่กับการใช้งานและยอดขายเป็นหลัก ทำให้ราคาของแต่ละแบรนด์อาจแตกต่างกันมาก หรืออาจเปลี่ยนไปแบบเดือนต่อเดือน

นี่คือการประมาณราคาคร่าว ๆ ของ Shopify Plus:

  1. ต้นทุนการสร้าง ผู้ค้าองค์กรส่วนใหญ่ต้องการสิ่งที่ไม่เหมือนใครเพื่อให้สอดคล้องกับแบรนด์ของตน และการใช้เทมเพลตสำเร็จรูปไม่ตอบโจทย์แน่นอน ค่าใช้จ่ายสำหรับการจ้างดีไซน์เนอร์ภายนอกมีราคาอยู่ระหว่าง 30,000 ถึง 250,000 เหรียญสหรัฐหรืออาจมากกว่านั้น
  2. ค่าลิขสิทธิ์อยู่ระหว่าง 2,000 ถึง 40,000 ดอลลาร์ต่อเดือน หลังจากทำยอดขายได้ถึง 800,000 ดอลลาร์ต่อเดือน มูลค่าสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเป็น 16 ล้านดอลลาร์
  3. ต้นทุนการทำธุรกรรม ค่าธรรมเนียมการดำเนินการชำระเงินเพิ่มในอัตรา 1.6% สำหรับแต่ละธุรกรรม หากใช้เกตเวย์ของ Third-party จะมีค่าธรรมเนียม 0.15% ด้วย

ทั้งหมดนี้อาจดูเหมือนแพง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับโซลูชันอื่น การกำหนดราคา Shopify Plus ค่อนข้างคุ้มค่าเมื่อพิจารณาว่าแพลตฟอร์มสามารถทำอะไรให้ธุรกิจของคุณได้บ้าง

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดีของ Shopify Plus

  • ระบบ Shopify Plus ช่วยจัดระเบียบทุกอย่างให้คุณ
  • Shopify Plus ช่วยคุณประหยัดเวลาได้มาก
  • ราคาคุ้มค่ากับสิ่งที่คุณได้รับ
  • Shopify Plus มีการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยม
  • Shopify Plus สามารถเติบโตและเสถียรอย่างเหลือเชื่อ
  • Shopify Plus สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ
  • การสนับสนุนด้านการตลาดเป็นเลิศ
  • Shopify ให้คุณดูและปรับการชำระเงินบนหน้าจอเดียวกันได้
  • Shopify Plus นั้นเป็นมิตรกับผู้ใช้มาก

ข้อเสียของ Shopify Plus

  • การจัดการเนื้อหามีข้อจำกัด แม้ว่าจะมีเครื่องมือสร้างบล็อกในตัวก็ตาม
  • ภาษา Liquid ของ Shopify ต้องเรียนรู้ใหม่อยู่บ้าง แต่จริง ๆ ก็ไม่ยากเกินเรียน
  • ราคาไม่โปร่งใส พวกเขาบังคับให้คุณติดต่อโดยตรงเพื่อขอใบเสนอราคาส่วนบุคคล

จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่จะพร้อมสำหรับ Shopify Plus?

ฟีเจอร์ของ Shopify Plus สามารถมอบโอกาสอันน่าตื่นเต้นให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโต ไม่ว่าจะเพิ่งเปิดร้านค้าใหม่ หรือเชื่อมต่อกับคลังสินค้าและแอพในต่างประเทศเป็นล้วนเรื่องง่าย แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เป็นข้อผูกมัดราคาแพง ฉะนั้นเว้นแต่คุณจะเปิดร้านค้าจำนวนมากหรือทำยอดขายเป็นเงินมหาศาล Shopify Plus ก็อาจไม่เหมาะกับแบรนด์ของคุณ

สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือต้นทุน วางงบประมาณให้เหมาะสมเพื่อไม่ทำให้ธุรกิจของคุณพังครืนลงมา เราแนะนำว่าหากคุณมีรายได้ต่อเดือนถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐและการขยายตลาดทั่วโลกเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์การเติบโตขององค์กรคุณ Shopify Plus กำลังรอคุณอยู่

Shopify Plus: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับองค์กรใหญ่ปี 2022

คำถามที่พบบ่อย

ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมเป็นเท่าไหร่?

Shopify Plus เรียกเก็บค่าธรรมเนียม 0.15% ต่อธุรกรรมเพื่อให้ครอบคลุมข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมในกรณีที่ใช้เกตเวย์การชำระเงินของบุคคลที่สาม ค่าธรรมเนียมนี้ช่วยรักษาการปฏิบัติตาม PCI และความสมบูรณ์ของข้อมูลลูกค้าและแบรนด์ผู้ใช้

หากคุณใช้ Shopify Payments ค่าธรรมเนียมนี้จะถูกยกเว้น แถมยังสามารถใช้ประโยชน์จากอัตรา Conversion ที่สูงขึ้นได้ถึง 18% เมื่อคุณเปิดใช้งาน Shop Pay

 

มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง?

ไม่มี แต่คุณควรพิจารณาค่าใช้จ่ายของ Shopify Plus partner ในงบประมาณหากต้องการการพัฒนาแบบกำหนดเอง ส่วนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ ก็มีอีกเล็กน้อยได้แก่ การซื้อธีม ค่าแอปของบุคคลที่สาม และระบบเรียกเก็บภาษีอัตโนมัติ เป็นต้น

สามารถมีร้านค้าออนไลน์ได้กี่ร้าน?

เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลก คุณสามารถสร้างร้านค้าออนไลน์ได้ไม่จำกัดเพื่อขายในสกุลเงินและภาษาที่แตกต่างกันไป แพลตฟอร์มรายเดือนของคุณครอบคลุมร้านค้าหลักและร้านค้าเสริมอีก 9 ร้านไว้แล้ว หากจ้องการเปิดร้านเพิ่มนอกเหนือจากนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ค่าธรรมเนียมผันแปรทำงานอย่างไร?

แผนมาตรฐานเริ่มต้นที่ $2,000 ต่อเดือน ตัวเลือกค่าธรรมเนียมผันแปรยังมีให้สำหรับโครงสร้างธุรกิจที่มียอดการซื้อขายปริมาณมากหรือซับซ้อนมากขึ้น

ทำไมจึงแพงขนาดนี้?

ราคาของ Shopify Plus ขึ้นอยู่กับการใช้งานและปริมาณการซื้อขาย ซึ่งเราคิดว่าราคานี้ค่อนข้างสมเหตุสมผลเพราะเมื่อร้านค้าของคุณมีการใช้งานมากขึ้น ทรัพยากรและแบนด์วิดท์ที่ใช้ก็จะมากขึ้นตามกันไป ค่าธรรมเนียมลิขสิทธิ์รายเดือนขั้นต่ำคือ $2,000 และสูงสุดคือ $40,000

Advanced Shopify เหมือนกับ Shopify Plus หรือไม่

ทั้ง Shopify Plus และ Shopify Advanced เป็นแพลตฟอร์มสำหรับร้านค้าอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโต Shopify Plus เป็นแพลตฟอร์มโฮสต์ในตัวที่ออกแบบมาสำหรับแบรนด์ใหญ่ เหมาะสำหรับการใช้งานระดับองค์กร ในขณะที่ Shopify Advanced ออกแบบมาสำหรับร้านค้าขนาดเล็กและมีความซับซ้อนน้อยกว่า

ต้องการสร้างเว็บไซต์ Shopify Plus ขององค์กรคุณหรือเปล่า?

หากองค์กรของคุณต้องการมืออาชีพมาช่วยกระตุ้นยอดขายด้วยการสร้างเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซบน Shopify Plus ทีมงาน Sphere Agency พร้อมช่วยคุณออกแบบและพัฒนาร้านค้าออนไลน์แบบครบวงจรที่รวบรวมข้อมูลลูกค้า ความสามารถทางการตลาด และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกให้กับธุรกิจคุณ ดูรายละเอียดบริการ Shopify Development Service ของเราและติดต่อเราเลย!

แชร์บทความนี้: 
โดย Yaya วันที่ เมษายน 12, 2022

เกี่ยวกับเรา

Sphere Agency คือดิจิทัลเอเจนซี่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ช่วยให้แบรนด์สานความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น สร้างคุณค่าและความประทับใจกับกลุ่มลูกค้ายุคดิจิทัลที่เชื่อมต่อกันอย่างไม่หยุดนิ่ง เราให้บริการครบวงจรโดยแตกยอดจากอินไซต์ เพื่อหากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับแบรนด์ของคุณในโลกที่พร้อมเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site is protected by reCAPTCHA and the Google Privacy Policy and Terms of Service apply.

All our secret for free!

Joining this list will be your best decision ever. We send monthly emails with insights, stats, case-studies and hacks for getting more traffic and conversions.
X