Google Ads vs Facebook Ads: อันไหนดีกว่าสำหรับธุรกิจในไทย?

Google Ads vs Facebook Ads: อันไหนดีกว่าสำหรับธุรกิจในไทย?

Google Ads vs Facebook Ads: อันไหนดีกว่าสำหรับธุรกิจในไทย?

Sphere Agency Hero Image





















Google Ads vs Facebook Ads: แพลตฟอร์มไหนดีกว่าสำหรับธุรกิจของคุณในไทย?

ถ้าคุณทำธุรกิจในประเทศไทยและมีงบสำหรับโฆษณาดิจิทัล คุณคงเคยถามตัวเองว่า: ควรลงเงินกับ Google Ads หรือ Facebook Ads ดี? นี่คือคำถามที่เราได้ยินบ่อยที่สุดจากลูกค้า และคำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ — ขึ้นอยู่กับโมเดลธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย และจุดที่ลูกค้าอยู่ในเส้นทางการซื้อ

ในปี 2026 ธุรกิจไทยจะใช้จ่ายงบโฆษณาดิจิทัลประมาณ ฿45,000 ล้านบาท Google และ Meta (Facebook/Instagram) ยังคงครองตลาด แต่วิธีที่ผู้บริโภคไทยใช้แต่ละแพลตฟอร์มนั้นแตกต่างจากตลาดตะวันตกอย่างมาก คู่มือนี้จะแจกแจงความแตกต่างที่แท้จริง ต้นทุน และกลยุทธ์ เพื่อให้คุณจัดสรรงบไปยังจุดที่สร้างรายได้จริง

Intent vs Discovery: ความแตกต่างพื้นฐาน











Google Ads: จับความต้องการที่มีอยู่แล้ว

Google Ads ทำงานได้ผลเพราะคนกำลังค้นหาสิ่งที่ต้องการอยู่แล้ว เมื่อผู้ใช้ในกรุงเทพฯ พิมพ์ "ซอฟต์แวร์ CRM ที่ดีที่สุดสำหรับ SME" หรือ "ร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้ฉัน" พวกเขามี intent อยู่แล้ว โฆษณาของคุณปรากฏในจังหวะที่ต้องการพอดี นี่คือ demand capture — คุณไม่ได้สร้างความสนใจ คุณดักจับมัน

Google Ads เหมาะสำหรับ:

  • สินค้าและบริการที่มี intent สูง — บริการกฎหมาย คลินิก ซอฟต์แวร์ B2B บริการฉุกเฉิน

  • ธุรกิจท้องถิ่น — ร้านอาหาร คลินิก ร้านเสริมสวย ที่การค้นหา "ใกล้ฉัน" ช่วยดึงลูกค้าเข้าร้าน

  • อีคอมเมิร์ซที่มีสินค้าเป็นที่รู้จัก — เมื่อคนค้นหาแบรนด์หรือหมวดสินค้าเฉพาะ

  • Lead generation — ประกัน อสังหาริมทรัพย์ การศึกษา ที่ลูกค้ากำลังเปรียบเทียบตัวเลือก

Facebook Ads: สร้างความต้องการใหม่

Facebook Ads (รวมถึง Instagram) ทำงานบนโมเดลที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ไม่มีใครเปิด Facebook เพื่อช้อปปิ้ง — พวกเขาเปิดเพื่อเลื่อนดูฟีด ดูวิดีโอ และติดตามเพื่อน โฆษณาของคุณขัดจังหวะประสบการณ์นั้นด้วยสิ่งที่น่าสนใจพอที่จะทำให้เขาหยุด นี่คือ demand generation — คุณสร้างความสนใจที่ไม่เคยมีเมื่อ 5 วินาทีก่อน

Facebook Ads เหมาะสำหรับ:

  • สินค้าที่เน้นภาพ — แฟชั่น ความงาม อาหาร ของตกแต่งบ้าน ที่ภาพสวยๆ กระตุ้นความอยากได้

  • การสร้างการรับรู้แบรนด์ — เปิดตัวแบรนด์หรือสินค้าใหม่ที่คนยังไม่รู้จักจึงไม่ค้นหา

  • การซื้อแบบ impulse — สินค้าราคาต่ำกว่า ฿2,000 ที่รอบการตัดสินใจสั้น

  • Retargeting — ดึงผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ยังไม่ซื้อกลับมา

  • Lookalike audiences — หาลูกค้าใหม่ที่มีลักษณะคล้ายกับลูกค้าปัจจุบัน

Google Ads และ Facebook Ads ราคาเท่าไหร่ในไทย?

เรื่องต้นทุนคือจุดที่ตลาดไทยแตกต่างจากค่าเฉลี่ยทั่วโลกอย่างมาก ต้นทุนต่อคลิก (CPC) ของไทยบนทั้งสองแพลตฟอร์มต่ำกว่าสหรัฐฯ อังกฤษ หรือออสเตรเลียอย่างชัดเจน — แต่การแข่งขันกำลังเพิ่มขึ้นเร็ว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหลัก

ต้นทุน Google Ads ในไทย (เกณฑ์เปรียบเทียบปี 2026)

  • CPC เฉลี่ย (Search): ฿8–฿35 สำหรับอุตสาหกรรมส่วนใหญ่

  • อุตสาหกรรมที่แข่งขันสูง (ประกัน กฎหมาย อสังหาฯ): ฿50–฿150 ต่อคลิก



    A sleek and minimalist workspace featuring a laptop and smartphone on a dark surface.
  • อีคอมเมิร์ซ/ค้าปลีก: ฿5–฿20 ต่อคลิก




  • Display Network: ฿1–฿5 ต่อคลิก (intent ต่ำกว่า ต้นทุนต่ำกว่า)

  • YouTube Ads: ฿0.50–฿3 ต่อการรับชม

ต้นทุน Facebook Ads ในไทย (เกณฑ์เปรียบเทียบปี 2026)

  • CPC เฉลี่ย: ฿3–฿15 ทุกอุตสาหกรรม

  • CPM เฉลี่ย: ฿80–฿250 (ต้นทุนต่อ 1,000 impressions)

  • แคมเปญ lead generation: ฿30–฿150 ต่อ lead

  • อีคอมเมิร์ซ (purchase conversions): ฿150–฿500 ต่อการซื้อ ขึ้นอยู่กับ AOV

  • App installs: ฿8–฿25 ต่อการติดตั้ง

ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ: CPC ของ Facebook ถูกกว่า แต่คลิกจาก Google มีอัตราการแปลงสูงกว่า เพราะ intent คลิกราคา ฿30 จาก Google ของคนที่ค้นหา "ซื้อรองเท้าวิ่ง กรุงเทพ" มีค่ามากกว่าคลิกราคา ฿5 จาก Facebook ของคนที่กำลังดูวิดีโอแมว ควรประเมินจาก ต้นทุนต่อการได้มาซึ่งลูกค้า (CPA) เสมอ ไม่ใช่แค่ต้นทุนต่อคลิก

เส้นทางการซื้อของผู้บริโภคไทย: ทำไมถึงสำคัญ

การเข้าใจว่าผู้บริโภคไทยซื้อสินค้าอย่างไรจริงๆ เป็นสิ่งสำคัญในการเลือกแพลตฟอร์มที่ถูกต้อง เส้นทางการซื้อในไทยไม่ได้เป็นไปตาม funnel แบบตะวันตก

ผู้บริโภคไทยค้นพบและซื้อสินค้าอย่างไร

  • การค้นพบ: โซเชียลมีเดีย (Facebook, Instagram, TikTok) และคอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์ — 78% ของผู้บริโภคไทยค้นพบสินค้าใหม่บนแพลตฟอร์มโซเชียล

  • การค้นคว้า: Google Search, รีวิว YouTube, ฟอรัม Pantip, กลุ่ม LINE

  • การเปรียบเทียบ: เปรียบเทียบราคาบน Shopee/Lazada, Google Shopping, เว็บไซต์แบรนด์

  • การซื้อ: แอปมาร์เก็ตเพลส (Shopee, Lazada), เว็บไซต์แบรนด์ หรือแชท LINE (ใช่ ธุรกิจไทยจำนวนมากยังปิดการขายผ่าน LINE)

  • หลังการซื้อ: LINE OA สำหรับอัพเดต, กลุ่ม Facebook สำหรับชุมชน, รีวิว Google

นี่หมายความว่า Facebook Ads มักเริ่มต้นเส้นทาง และ Google Ads ปิดการขาย การใช้เพียงแพลตฟอร์มเดียวหมายความว่าคุณกำลังสร้างความต้องการที่จับไม่ได้ หรือพยายามจับความต้องการที่ไม่มีอยู่

LINE: แพลตฟอร์มที่คุณเพิกเฉยไม่ได้

LINE มีผู้ใช้กว่า 54 ล้านคนในไทย — นั่นคือเกือบทั้งหมดของประชากรที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แม้ LINE Ads จะไม่ใช่คู่แข่งโดยตรงของ Google หรือ Facebook สำหรับแคมเปญส่วนใหญ่ แต่ LINE Official Account (LINE OA) คือที่ที่ธุรกิจไทย nurture leads และปิดการขาย กลยุทธ์โฆษณาใดๆ ในไทยควรคำนึงถึง LINE ในฐานะเลเยอร์การแปลงและรักษาลูกค้า

เมื่อไหร่ควรใช้ Google Ads?











เลือก Google Ads เป็นแพลตฟอร์มหลักเมื่อ:



A modern laptop sits open on a cozy couch with natural sunlight streaming in.
  • คนค้นหาสิ่งที่คุณขายอยู่แล้ว ใช้ Google Keyword Planner ตรวจสอบ — ถ้ามี search volume สำหรับสินค้า/บริการของคุณในภาษาไทยหรืออังกฤษ Google Ads ควรอยู่ในแผน




  • คุณขายบริการที่มี customer lifetime value สูง กฎหมาย การแพทย์ การเงิน B2B — CPC ที่สูงกว่าคุ้มค่ากับรายได้ต่อลูกค้า

  • คุณต้องการ leads ไม่ใช่แค่การรับรู้ Google Search Ads ส่งมอบคนที่พร้อมดำเนินการทันที

  • คุณดำเนินธุรกิจท้องถิ่น โฆษณา Google Maps และแคมเปญ local search เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการดึงลูกค้าเข้าร้านในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และเมืองอื่นๆ

  • สินค้าของคุณแก้ปัญหาเฉพาะทาง กำจัดแมลง ช่างประปา ติวเตอร์ — เมื่อคนต้องการ พวกเขาจะ Google

เมื่อไหร่ควรใช้ Facebook Ads?

เลือก Facebook Ads เป็นแพลตฟอร์มหลักเมื่อ:

  • สินค้าของคุณดูดีในภาพ ถ้าสินค้าดูดีในรูปหรือวิดีโอ Facebook และ Instagram คือสนามของคุณ

  • คุณกำลังเปิดตัวสิ่งใหม่ ไม่มีใครค้นหาสินค้าที่ไม่รู้ว่ามีอยู่ Facebook สร้างการรับรู้เริ่มต้น

  • คุณมี creative ที่แข็งแกร่ง อัลกอริทึมของ Facebook ให้รางวัล creative ที่น่าสนใจ ถ้าคุณผลิตวิดีโอคอนเทนต์ที่ดีได้ CPM จะลดลงอย่างมาก

  • คุณกำหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ การ targeting ของ Facebook — อายุ ความสนใจ พฤติกรรม custom audiences — ยังคงละเอียดที่สุดในตลาด

  • มูลค่าสั่งซื้อเฉลี่ยต่ำกว่า ฿2,000 ราคาที่กระตุ้นการซื้อแบบ impulse ทำผลงานได้ดีเยี่ยมบนฟีดโซเชียล

  • คุณต้องการสร้าง retargeting audiences แม้ Facebook จะไม่ปิดการขายโดยตรง แต่มันสร้างข้อมูล pixel ที่คุณใช้สำหรับแคมเปญ retargeting ที่ให้ ROI สูง

วิธีแบ่งงบระหว่าง Google และ Facebook

ไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ — แต่นี่คือกรอบแนวทางตามประเภทธุรกิจที่ได้ผลดีในตลาดไทย:

อีคอมเมิร์ซ (แฟชั่น ความงาม สินค้าอุปโภคบริโภค)

  • Facebook/Instagram: 60% — สินค้าเน้นภาพ การซื้อแบบ impulse การหากลุ่มลูกค้าใหม่ด้วย lookalike

  • Google Ads: 30% — brand search, Shopping ads, คีย์เวิร์ดคู่แข่ง

  • Retargeting (ทั้งสองแพลตฟอร์ม): 10%

ธุรกิจบริการ (กฎหมาย การแพทย์ ที่ปรึกษา)

  • Google Ads: 70% — การค้นหาที่มี intent สูงจับคนที่ต้องการบริการของคุณตอนนี้




  • Facebook/Instagram: 20% — สร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือ



    Sleek laptop showcasing data analytics and graphs on the screen in a bright room.
  • Retargeting: 10%

ธุรกิจท้องถิ่น (ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ฟิตเนส)

  • Google Ads (Local/Maps): 50% — การค้นหา "ใกล้ฉัน" คือหัวใจของธุรกิจ

  • Facebook/Instagram: 40% — การรับรู้ในพื้นที่ โปรโมชั่น แคมเปญตามกิจกรรม

  • โปรโมชั่น LINE OA: 10%

B2B / SaaS

  • Google Ads: 60% — ผู้มีอำนาจตัดสินใจค้นหาโซลูชั่นบน Google

  • LinkedIn/Facebook: 25% — thought leadership และ lead magnets

  • Retargeting: 15%

กฎสำคัญ: เริ่มต้นด้วยแพลตฟอร์มเดียว ทำให้กำไรก่อน แล้วค่อยขยาย การกระจายงบ ฿30,000/เดือนไปทั้งสองแพลตฟอร์มมักหมายความว่าไม่มีแพลตฟอร์มไหนได้ข้อมูลเพียงพอในการ optimize ถ้างบต่ำกว่า ฿50,000/เดือน ให้เลือกแพลตฟอร์มที่ตรงกับประเภทธุรกิจมากที่สุดแล้วลงเต็มที่

Mobile-First: สิ่งที่ต้องทำสำหรับตลาดไทย

กว่า 90% ของทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตในไทยมาจากมือถือ สิ่งนี้ส่งผลต่อกลยุทธ์โฆษณาบนทั้งสองแพลตฟอร์ม:

  • หน้า landing page ต้องโหลดภายใน 3 วินาทีบนมือถือ ผู้ใช้ไทยบน 4G/5G คาดหวังความเร็ว — หน้าเว็บช้าฆ่าอัตราการแปลงและทำให้ CPC บน Google สูงขึ้น

  • วิดีโอแนวตั้งให้ผลดีกว่าทุกอย่างบน Facebook และ Instagram รูปแบบ 9:16 ออกแบบมาเพื่อดึงดูดนิ้วโป้งใน 2 วินาทีแรก

  • โฆษณา click-to-LINE และ click-to-chat แปลงได้ดีกว่า landing page แบบดั้งเดิมสำหรับธุรกิจไทยหลายแห่ง ผู้บริโภคไทยชอบแชทมากกว่าการกรอกแบบฟอร์ม

  • Mobile-first indexing ของ Google หมายความว่าประสบการณ์มือถือของเว็บไซต์ส่งผลโดยตรงต่อ Quality Score และต้นทุนโฆษณา

สรุป: Google Ads หรือ Facebook Ads สำหรับไทย?

ธุรกิจที่ทำผลงานดีที่สุดในไทยไม่ได้เลือกอย่างเดียว — พวกเขาใช้ทั้งสองอย่างอย่างมีกลยุทธ์ Facebook สร้างความต้องการ Google จับความต้องการ เมื่อใช้ร่วมกัน จะครอบคลุมเส้นทางลูกค้าทั้งหมดตั้งแต่การค้นพบจนถึงการซื้อ

แต่ถ้าต้องเลือกอย่างเดียว:

  • เลือก Google Ads ถ้าคุณขายบริการ กำหนดเป้าหมายผู้ซื้อที่มี intent สูง หรือดำเนินธุรกิจท้องถิ่นที่คนค้นหาสิ่งที่คุณเสนอ

  • เลือก Facebook Ads ถ้าคุณขายสินค้าที่เน้นภาพ ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ หรือกำหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้วย creative ที่น่าสนใจ

คำถามที่แท้จริงไม่ใช่แพลตฟอร์มไหนดีกว่า — แต่คือ วิธีทำให้ทั้งสองแพลตฟอร์มทำงานร่วมกัน สำหรับธุรกิจเฉพาะของคุณในตลาดไทย

พร้อมที่จะได้ผลตอบแทนมากขึ้นจากงบโฆษณา?

ที่ Sphere Agency เราบริหารทั้งแคมเปญ Google Ads และ Facebook Ads สำหรับธุรกิจทั่วประเทศไทย เราไม่เชื่อในสูตรสำเร็จแบบเดียวใช้ได้กับทุกคน — เราสร้างกลยุทธ์แพลตฟอร์มตามโมเดลธุรกิจ ลูกค้า และเป้าหมายรายได้ของคุณ

ไม่ว่าคุณต้องการเปิดตัวแคมเปญแรกหรือ optimize แคมเปญที่มีอยู่ ติดต่อเรา แล้วมาคุยกันว่าอะไรจะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณได้จริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Google Ads กับ Facebook Ads ต่างกันตรงไหนมากที่สุด?

Google Ads จับคนที่มี intent ชัดจากการค้นหา ส่วน Facebook Ads เก่งเรื่องการสร้างความต้องการและขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่. ดังนั้นช่องทางไหนดีกว่ามักขึ้นกับว่าธุรกิจคุณต้องการเก็บ demand ที่มีอยู่ หรือสร้าง demand เพิ่ม.

ธุรกิจควรเลือกลงช่องทางไหนก่อน?

ถ้าลูกค้ามีการค้นหาชัด เช่น บริการ, ราคาสินค้า หรือคำถามเชิงซื้อ Google Ads มักควรเริ่มก่อน. แต่ถ้าสินค้าต้องอาศัยการเล่าเรื่อง, ภาพลักษณ์ หรือ impulse Facebook/Instagram มักสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าในช่วงต้น.

ควรใช้ Google Ads และ Facebook Ads พร้อมกันไหม?

ในหลายเคสการใช้ทั้งสองช่องทางร่วมกันให้ผลดีที่สุด เพราะ Facebook ช่วยสร้าง demand และ Google ช่วยปิดการขายจากคนที่กลับมาค้นหา. ถ้ามีงบพอ ควรวางบทบาทของแต่ละแพลตฟอร์มให้เสริมกันแทนที่จะให้แข่งขันกันเอง.

Written By

Sphere Agency team

Mar 21, 2026

Written By

Sphere Agency team

Mar 21, 2026

Written By

Sphere Agency team

May 29, 2023

บริษัทโฆษณา และสตูดิโอผลิตสื่อ สำหรับแบรนด์ที่มุ่งสู่อนาคต

บริษัทโฆษณา และสตูดิโอผลิตสื่อสำหรับแบรนด์ ที่มุ่งสู่อนาคต

บริษัทโฆษณา และสตูดิโอผลิตสื่อ สำหรับแบรนด์ที่มุ่งสู่อนาคต

บริษัทโฆษณา และสตูดิโอผลิตสื่อ สำหรับแบรนด์ที่มุ่งสู่อนาคต